
สำหรับผู้เริ่มต้น การเห็นราคาลักษณะอย่าง ทีม A -0.75 @1.90 หรือ ทีม B +1.25 @1.85 อาจทำให้สับสนว่าควรอ่านส่วนไหนก่อน ตัวเลขไหนคือเส้นต่อรอง ตัวเลขไหนคือผลตอบแทน และต้องคำนวณอย่างไรเมื่อผลการแข่งขันจบลง
วิธีอ่านราคาแฮนดิแคป ที่เข้าใจง่ายที่สุดคือแยกข้อมูลออกเป็นส่วน ๆ ก่อน โดยดูว่าตลาดนั้นเป็น Asian Handicap หรือไม่ จากนั้นตรวจว่าใครเป็นทีมต่อ ใครเป็นทีมรอง Line อยู่ที่เท่าไร และ Odds เป็นเท่าไร เมื่ออ่านองค์ประกอบเหล่านี้ได้แล้วจึงค่อยนำสกอร์จริงมาคิด Settlement
ตัวอย่าง A -0.75 @1.90 สามารถอ่านได้ว่า A เป็นทีมต่อที่ Handicap -0.75 ส่วน 1.90 คือ Decimal Odds เส้น -0.75 เป็น Quarter Line จึงต้องแบ่ง Stake ครึ่งหนึ่งไปที่ -0.5 และอีกครึ่งไปที่ -1.0 หาก A ชนะหนึ่งประตู ส่วน -0.5 จะผ่าน ส่วน -1.0 เป็น Push จึงเกิด Half Win
จุดสำคัญคือไม่ควรใช้คำว่า “ทีมชนะ” แทนคำว่า “ผ่านราคา” เพราะทีมต่อสามารถชนะจริงแต่ไม่ผ่าน Handicap ได้ ขณะที่ทีมรองสามารถแพ้จริงแต่ยังผ่านราคาได้เช่นกัน
เมื่อเปิดหน้าตลาด ไม่ควรรีบดูเพียงชื่อทีมหรือ Odds แต่ควรตรวจองค์ประกอบของตลาดตามลำดับ เพื่อให้แน่ใจว่ากำลังอ่านเงื่อนไขถูกประเภท
คำว่า Handicap สามารถปรากฏได้หลายรูปแบบ เช่น Asian Handicap หรือ European Handicap ซึ่งมีกติกาไม่เหมือนกัน
หากกำลังอ่านเส้นอย่าง
ควรตรวจว่าตลาดระบุว่าเป็น Asian Handicap ก่อน เพราะระบบ Half Win และ Half Loss เป็นลักษณะสำคัญของตลาดนี้
เครื่องหมายลบหมายถึงฝั่งต่อ ส่วนเครื่องหมายบวกหมายถึงฝั่งรอง
ตัวอย่าง
A -0.5
B +0.5
A คือทีมต่อครึ่งลูก
B คือทีมรองครึ่งลูก
หากอ่านเครื่องหมายผิด การตีความทั้งตลาดจะกลับด้านทันที
ในตัวอย่าง
A -0.5 @1.85
-0.5 คือ Handicap Line
1.85 คือ Odds
Line เป็นตัวกำหนดว่าเงื่อนไขได้–เสียคืออะไร ส่วน Odds ใช้คำนวณผลตอบแทน
ตลาดก่อนเกมจำนวนมากใช้ผลในเวลาปกติ 90 นาทีรวมทดเวลา แต่ฟุตบอลถ้วยบางประเภทมีตลาด To Qualify หรือ Winner ที่อาจรวมต่อเวลาพิเศษ
จึงควรอ่านชื่อ Market และ House Rules ก่อนทุกครั้ง
เมื่อรู้ทีมต่อ Line และ Odds แล้ว ค่อยถามว่า
วิธีนี้ช่วยลดการท่องจำและทำให้เข้าใจ Settlement ตามเงื่อนไขจริง
จุดแรกที่ต้องอ่านให้ถูกใน Asian Handicap คือฝั่งต่อและรอง เพราะ Line ฝั่งลบกับฝั่งบวกให้ผลในทิศทางตรงกันข้าม
ตัวอย่าง
A -1.0
หมายความว่า A เป็นทีมต่อหนึ่งลูก
หาก A ชนะหนึ่งลูก ผลจะ Push
หากชนะสองลูกขึ้นไป จะผ่านราคาเต็ม
ตัวอย่าง
B +1.0
หมายความว่า B ได้รับ Handicap หนึ่งลูก
หาก B แพ้หนึ่งลูก จะ Push
หากแพ้ไม่ถึงหนึ่งลูกหรือไม่แพ้ จะผ่านราคา
ที่ Handicap 0 ไม่มีการต่อจำนวนประตูจริง
หากเลือก A 0
จึงควรดูชื่อทีมและฝั่งที่เลือกเป็นหลัก
สถานะ “ต่อ” เป็นเพียงการกำหนดเงื่อนไขในตลาด
ทีมต่อยังสามารถเสมอหรือแพ้ และต่อหนักก็ไม่ได้หมายความว่าจะชนะขาดตาม Line เสมอไป
ทีมรองเป็นเพียงฝั่งที่ได้รับแต้มต่อ
ทีมรองอาจชนะจริง เสมอ หรือแพ้จริงแต่ยังผ่าน Handicap ได้ ขึ้นอยู่กับ Line
Line และ Odds มักถูกแสดงในตำแหน่งใกล้กัน จึงทำให้ผู้เริ่มต้นสับสนได้ง่าย
ในราคา
A -0.5 @1.85
-0.5 หมายความว่า A ต้องชนะจึงผ่านราคา
หาก Stake 100 บาทและ A ผ่านราคา
Return = 100 × 1.85 = 185 บาท
Profit = 85 บาท
Line บอกว่าผลแบบไหนคือ Full Win, Half Win, Push, Half Loss หรือ Full Loss
Odds ไม่ได้เปลี่ยนความหมายของ Handicap แต่กำหนดจำนวนเงินคืน
ตัวอย่าง
A -0.5 @1.75
A -0.5 @1.95
Settlement เหมือนกัน เพราะ Line เป็น -0.5 เท่ากัน แต่ผลตอบแทนต่างกันเพราะ Odds ไม่เท่ากัน
ราคา 0 เป็น Full Line ที่มีกรณี Push เมื่อเกมเสมอ
หากเลือก A 0 แล้ว A ชนะ
ไม่ว่าชนะ 1-0, 2-1 หรือ 3-2 ถือว่าผ่านราคา
หากเกมจบเสมอ เช่น 0-0 หรือ 1-1 จะคืน Stake
หาก A แพ้ ฝั่งที่เลือกไม่ผ่านราคา
Stake 100 บาท
หาก A ชนะ
Return = 190 บาท
Profit = 90 บาท
หากเสมอ
คืน Stake 100 บาท
0.25 เป็น Quarter Line ซึ่งต้องแบ่ง Stake ครึ่งหนึ่ง
A -0.25 เท่ากับ
ครึ่ง Stake ที่ A 0
ครึ่ง Stake ที่ A -0.5
หาก A ชนะ ทั้งส่วน 0 และ -0.5 ผ่านราคา
จึงเป็น Full Win
หากเกมเสมอ
ส่วน 0 = Push
ส่วน -0.5 = เสีย
จึงเป็น Half Loss
B +0.25 แบ่งเป็น B 0 กับ B +0.5
หากเกมเสมอ
B 0 = Push
B +0.5 = ได้
จึงเป็น Half Win
A -0.25
Stake 100 บาท
50 บาทอยู่ที่ 0
50 บาทอยู่ที่ -0.5
หากเสมอ
คืน 50 บาท
เสีย 50 บาท
ขาดทุนสุทธิ 50 บาท
ราคา 0.5 เป็น Half Line ไม่มี Push และไม่ต้องแบ่ง Stake
หากเลือก A -0.5
เพราะไม่มีส่วน Handicap 0 มาช่วยคืน Stake
หากเลือก B +0.5
ผลต่างประตูของฟุตบอลเป็นจำนวนเต็ม จึงไม่มีกรณีที่ผลต่างตรงกับ 0.5 พอดี
0.75 เป็น Quarter Line ที่แบ่งระหว่าง 0.5 และ 1.0
A -0.75 เท่ากับ
ครึ่ง Stake ที่ A -0.5
ครึ่ง Stake ที่ A -1.0
หาก A ชนะ 1-0
-0.5 = ได้
-1.0 = Push
จึงเป็น Half Win
ถ้า A ชนะ 2-0 หรือ 3-1 ทั้งสองส่วนผ่านราคา
B +0.75 แบ่งเป็น +0.5 และ +1.0
ถ้า B แพ้ 0-1
+0.5 = เสีย
+1.0 = Push
จึงเป็น Half Loss
A -0.75 @1.90
Stake 100 บาท
A ชนะ 1-0
50 บาทที่ -0.5:
Return = 50 × 1.90 = 95 บาท
50 บาทที่ -1.0:
Push คืน 50 บาท
Return รวม 145 บาท
Profit 45 บาท
ราคา 1.0 เป็น Full Line จึงสามารถเกิด Push ได้
A -1 ชนะ 1-0
ผลต่างตรงกับ Line พอดี จึงคืน Stake
A -1 ชนะ 2-0 หรือ 3-1 จะผ่านราคาเต็ม
B +1 แพ้ 0-1 จะ Push
เพราะ Line เป็นจำนวนเต็ม จึงสามารถตรงกับผลต่างประตูจริงได้พอดี
เมื่อเข้าใจ 0.25, 0.5 และ 0.75 แล้ว สามารถนำหลักเดิมไปใช้กับ Line ที่สูงขึ้น
หาก A -1.25 ชนะหนึ่งลูก
-1 = Push
-1.5 = เสีย
จึงเป็น Half Loss
หากชนะสองลูกขึ้นไป ได้เต็ม
A -1.5 ต้องชนะอย่างน้อยสองประตู
ชนะหนึ่งประตูยังเสียเต็ม
ถ้า A ชนะสองลูก
-1.5 = ได้
-2 = Push
จึงเป็น Half Win
ตัวเลขอาจสูงขึ้น แต่โครงสร้างไม่เปลี่ยน
1.25 = 1.0 + 1.5
1.75 = 1.5 + 2.0
Quarter Handicap เป็นส่วนที่ผู้เริ่มต้นมักจำผิดมากที่สุด แต่สามารถทำให้เข้าใจง่ายได้ด้วยหลักการแบ่งครึ่ง
Line ที่ลงท้าย .25 จะอยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นเต็มกับครึ่งลูกถัดไป
ตัวอย่าง
0.25 = 0 และ 0.5
1.25 = 1.0 และ 1.5
2.25 = 2.0 และ 2.5
ถ้าเป็นฝั่งต่อให้ใส่เครื่องหมายลบทั้งสองส่วน
Line .75 อยู่ระหว่างครึ่งลูกกับเส้นเต็มถัดไป
ตัวอย่าง
0.75 = 0.5 และ 1.0
1.75 = 1.5 และ 2.0
เพราะ Quarter Line เป็นการรวมสอง Handicap เข้าไว้ด้วยกัน
Stake 100 บาทจึงถูกแบ่งเป็น 50 บาทต่อ Line
หากผลของสองส่วนคือ
ได้ + Push = Half Win
เสีย + Push = Half Loss
หากทั้งสองส่วนได้ = Full Win
หากทั้งสองส่วนเสีย = Full Loss
หลักนี้ช่วยให้ไม่ต้องจำ Line ทีละตัว
| Line ฝั่งต่อ | ชนะ 1 ลูก | เสมอ | แพ้ |
| -0.25 | ได้เต็ม | เสียครึ่ง | เสียเต็ม |
| -0.5 | ได้เต็ม | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
| -0.75 | ได้ครึ่ง | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
| -1.0 | คืน Stake | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
| -1.25 | เสียครึ่ง | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
| -1.5 | เสียเต็ม | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
สำหรับ Line ตั้งแต่ -1.0 ขึ้นไป ควรดูผลต่างมากกว่าหนึ่งลูกเพิ่มเติมด้วย เพราะชนะสองหรือสามลูกอาจให้ Settlement ต่างกันตามเส้น
| Line ฝั่งรอง | แพ้ 1 ลูก | เสมอ | ชนะ |
| +0.25 | เสียเต็ม | ได้ครึ่ง | ได้เต็ม |
| +0.5 | เสียเต็ม | ได้เต็ม | ได้เต็ม |
| +0.75 | เสียครึ่ง | ได้เต็ม | ได้เต็ม |
| +1.0 | คืน Stake | ได้เต็ม | ได้เต็ม |
| +1.25 | ได้ครึ่ง | ได้เต็ม | ได้เต็ม |
| +1.5 | ได้เต็ม | ได้เต็ม | ได้เต็ม |
ตารางนี้ช่วยให้เห็นว่าทีมรองไม่จำเป็นต้องชนะจริงจึงผ่าน Handicap ได้
Stake ทั้งหมดผ่านราคา
ตัวอย่าง A -0.5 ชนะ 1-0
ครึ่ง Stake ผ่าน และอีกครึ่ง Push
ตัวอย่าง A -0.75 ชนะ 1-0
ผลตรงกับ Handicap พอดีและคืน Stake
ตัวอย่าง A -1 ชนะ 1-0
ครึ่ง Stake เสียและอีกครึ่ง Push
ตัวอย่าง A -0.25 เสมอ
Stake ทั้งหมดไม่ผ่านราคา
ตัวอย่าง A -0.5 เสมอ
การฝึกจากสกอร์เดียวกันแล้วเปลี่ยน Line ช่วยให้เห็นความแตกต่างของราคาได้ชัดกว่าการจำผลทีละเส้น
หาก A ชนะหนึ่งลูก
A -0.5 = ได้
A -0.75 = ได้ครึ่ง
A -1.0 = Push
A -1.25 = เสียครึ่ง
A -1.5 = เสีย
สกอร์จริงเหมือนเดิม แต่ Settlement เปลี่ยนตาม Line
A -0.5 = ได้
A -1 = ได้
A -1.5 = ได้
A -1.75 = ได้ครึ่ง
A -2 = Push
A -2.25 = เสียครึ่ง
A 0 = Push
A -0.25 = เสียครึ่ง
A -0.5 = เสียเต็ม
ส่วนฝั่งรอง
B 0 = Push
B +0.25 = ได้ครึ่ง
B +0.5 = ได้เต็ม
ฝั่งต่อจะเสียใน Line ติดลบหลัก ๆ
ส่วนฝั่งรองจะผ่านตาม Line ที่ได้รับ
นี่เป็นวิธีฝึกที่มีประสิทธิภาพ เพราะทำให้เห็นว่า Handicap เปลี่ยนผลตลาดอย่างไรโดยไม่ต้องเปลี่ยน Match Result
สมมติหน้าตลาดแสดง
ทีม A -0.75 @1.90
และใช้ Stake 100 บาท
อย่างแรก A เป็นทีมต่อเพราะมีเครื่องหมายลบ Line คือ -0.75 ซึ่งเป็น Quarter Handicap จึงแบ่ง Stake เป็น 50 บาทที่ -0.5 และอีก 50 บาทที่ -1.0 ส่วน 1.90 เป็น Decimal Odds
หากผลการแข่งขันจบ A ชนะ 1-0 ส่วน -0.5 ผ่านราคา ขณะที่ -1.0 เป็น Push
เงิน 50 บาทที่ -0.5 จะมี Return 95 บาท ส่วนอีก 50 บาทถูกคืนจาก Push
ดังนั้น Return รวมคือ 145 บาท และ Profit สุทธิคือ 45 บาท
ผลนี้เรียกว่า Half Win
สมมติ
ทีม B +1.25 @1.85
Stake 100 บาท
B แพ้ 0-1
+1.25 เป็น Quarter Handicap และแบ่งเป็น
50 บาทที่ +1.0
50 บาทที่ +1.5
เมื่อ B แพ้หนึ่งลูก
ส่วน +1.0 = Push
ส่วน +1.5 = ผ่านราคา
เงินส่วนที่ +1.5 มี Return
50 × 1.85 = 92.50 บาท
ส่วน +1.0 คืน 50 บาท
Return รวม = 142.50 บาท
Profit สุทธิ = 42.50 บาท
นี่คือ Half Win แม้ทีม B จะแพ้การแข่งขันจริง
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้คำว่า “ชนะ” เหมือนกันทั้ง Match Result และ Handicap Result
A ชนะการแข่งขันจริง แต่ชนะเพียงหนึ่งลูก
ต้องชนะสองลูกจึงผ่าน -1.5
ดังนั้น บอลแฮนดิแคป เป็น Full Loss
A ชนะหนึ่งลูก แต่ Line ต้องการมากกว่าสองลูกสำหรับ Full Win
ผลจึงไม่ผ่าน Handicap
ใน Asian Handicap คำถามสำคัญคือ
“ชนะหรือแพ้กี่ลูกเมื่อเทียบกับ Line”
ไม่ใช่เพียง “ใครชนะ”
สองคำนี้มีความหมายต่างกันและควรใช้ให้ชัดเจนเมื่อตรวจผลย้อนหลัง
ฝั่งรองทำให้เห็นชัดว่าผลการแข่งขันจริงไม่เท่ากับผล Handicap
B แพ้จริงหนึ่งลูก แต่ได้รับ +1.5
จึงยังผ่านราคาเต็ม
แพ้หนึ่งลูกแต่ได้รับสองลูกเต็ม จึงผ่านราคา
เพราะ Handicap นำแต้มต่อเข้ามาคำนวณก่อนตัดสินผลตลาด
ทุกครั้งที่เห็นสกอร์ ควรนำ Line มาคิดก่อนบอกว่าได้หรือเสีย
ผลเสมอช่วยให้เห็นความแตกต่างของ Line ช่วง 0 ถึง 0.5 ได้ชัดที่สุด
A 0 เสมอ = Push
ครึ่ง Stake Push
อีกครึ่งเสีย
ไม่มีส่วนคืนเงิน
ครึ่ง Stake Push
อีกครึ่งได้
เพราะได้รับ Handicap ครึ่งลูกเต็ม
เมื่ออ่าน Line ได้แล้ว จึงควรดู Odds เพื่อคำนวณ Return
Stake 100 บาท หาก Full Win
Return = 170 บาท
Profit = 70 บาท
Stake 100 บาท
Return = 190 บาท
Profit = 90 บาท
Stake 100 บาท
Return = 200 บาท
Profit = 100 บาท
A -0.5 @1.70 กับ A -0.5 @2.00 มี Settlement แบบเดียวกัน
สิ่งที่เปลี่ยนคือ Return
A -0.5 กับ A -0.75 แม้ Odds เท่ากัน แต่การชนะหนึ่งลูกให้ผลต่างกัน
จึงต้องให้น้ำหนัก Line ก่อนในการอ่านผล
เมื่อ Line เปลี่ยน ต้องอ่าน Settlement ใหม่ ไม่ควรใช้เงื่อนไขเดิมต่อโดยอัตโนมัติ
หากเสมอ
-0.25 = เสียครึ่ง
-0.5 = เสียเต็ม
จึงเป็นการเปลี่ยนเงื่อนไขที่มีผลจริง
หากทีมต่อชนะหนึ่งลูก
-0.75 = ได้ครึ่ง
-1.0 = Push
หากทีมรองแพ้หนึ่งลูก
+1.0 = Push
+0.75 = เสียครึ่ง
การเปลี่ยน 0.25 ลูกอาจทำให้ Full Win กลายเป็น Half Win หรือ Push กลายเป็น Half Loss ได้
หากราคาเคลื่อน ต้องดูเลขปัจจุบันจริงก่อนคำนวณเสมอ
ฟุตบอลถ้วยมีประเด็นเรื่องช่วงเวลาที่ใช้ตัดสินมากกว่าลีกทั่วไป เพราะบางเกมมีต่อเวลาหรือจุดโทษ
Asian Handicap Pre-match โดยทั่วไปมักอ้างอิงเวลาปกติรวมทดเวลา เว้นแต่ตลาดจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ควรตรวจ House Rules ของแพลตฟอร์มจริงทุกครั้ง
จะมีผลก็ต่อเมื่อตลาดระบุว่ารวม Extra Time หรือเป็นตลาดที่ใช้ผลหลังต่อเวลา
ไม่ควรสมมติว่า Asian Handicap ทุกตลาดรวมต่อเวลา
To Qualify สนใจว่าทีมใดผ่านเข้ารอบตามเงื่อนไขรายการ ซึ่งอาจรวมต่อเวลาและจุดโทษ
Asian Handicap สนใจผลการแข่งขันภายใต้ Line และช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด
คำว่า “ทีมชนะ” ในสองตลาดนี้อาจหมายถึงคนละเงื่อนไข จึงควรอ่านชื่อเต็มก่อนดูตัวเลข
Asian Handicap ใช้ Quarter Line เช่น .25 และ .75
-0.75 ไม่ใช่ -0.7 และต้องแบ่งเป็น -0.5 กับ -1.0
หากไม่แบ่ง Stake จะไม่สามารถคำนวณ Half Win หรือ Half Loss ได้ถูกต้อง
-0.75 และ +0.75 ให้ผลตรงข้ามกัน
ต้องดูเครื่องหมายเสมอ
ชนะหนึ่งลูกอาจ
ฝั่งรองสามารถผ่านได้หากแพ้น้อยกว่า Line ที่ได้รับ
Push คือคืน Stake ไม่มี Profit จากส่วนนั้น
-0.5 คือ Line
1.90 คือ Odds
ทำหน้าที่ต่างกัน
โดยเฉพาะเกมถ้วย ต้องตรวจว่าตลาดใช้ 90 นาทีหรือรวมช่วงอื่นด้วย
การฝึกให้เข้าใจระบบมีประโยชน์กว่าท่องคำตอบแต่ละ Line
เริ่มที่ 0 และ 1.0 เพื่อเรียนรู้ Push
เรียน 0.5 และ 1.5 เพื่อเข้าใจ Line ที่ไม่มี Push
เพิ่ม 0.25 และ 0.75 เมื่อเข้าใจสองประเภทแรกแล้ว
ทำให้ Quarter Line แบ่งเป็น 50 กับ 50 บาทและเห็นการคำนวณได้ง่าย
อย่าฝึกเฉพาะเครื่องหมายลบ เพราะฝั่งบวกเป็นส่วนสำคัญของตลาด
เช่นใช้ผล A ชนะ 1-0 แล้วลองใส่
-0.5
-0.75
-1.0
-1.25
-1.5
จะเห็นความแตกต่างได้ทันที
ก่อนสรุปผลของตลาด ลองตรวจให้ครบว่า
หัวใจของ วิธีอ่านราคาแฮนดิแคป คือการอ่านองค์ประกอบให้ถูกลำดับ เริ่มจากตรวจ Market ดูว่าทีมไหนต่อหรือรอง อ่าน Handicap Line จากนั้นจึงดู Odds และนำสกอร์จริงมาเทียบกับเงื่อนไขของ Line
Full Line อย่าง 0 และ 1.0 มีโอกาสเกิด Push เพราะผลต่างประตูสามารถตรงกับ Line ได้พอดี Half Line อย่าง 0.5 และ 1.5 ไม่มี Push ส่วน Quarter Line อย่าง 0.25, 0.75, 1.25 และ 1.75 ต้องแบ่ง Stake ครึ่งหนึ่งระหว่างสอง Line
เมื่อเข้าใจหลักการแบ่ง Stake แล้ว Half Win และ Half Loss จะไม่จำเป็นต้องท่องจำ เพราะสามารถคำนวณจากผลของแต่ละส่วนได้โดยตรง เช่น -0.75 เท่ากับ -0.5 และ -1.0 ส่วน -1.25 เท่ากับ -1.0 และ -1.5
อีกหลักที่ควรจำคือ Match Result กับ Handicap Result เป็นคนละเรื่อง ทีมต่อชนะจริงอาจไม่ผ่านราคา หากชนะไม่ถึง Line ขณะที่ทีมรองสามารถแพ้จริงแต่ยังผ่าน Handicap ได้
ท้ายที่สุด ควรอ่าน Line และ Odds แยกหน้าที่กันให้ชัด Line ใช้กำหนด Settlement ส่วน Odds ใช้คำนวณ Return เมื่อสามารถอ่านทั้งสองส่วนได้ถูกต้องแล้ว จึงค่อยนำราคาไปวิเคราะห์ร่วมกับฟอร์ม สถิติ ตัวจริง หรือการเคลื่อนไหวของตลาดในขั้นตอนถัดไป
Q1: วิธีดูว่าทีมไหนเป็นต่อใน Handicap ดูอย่างไร?
โดยทั่วไปทีมที่มี Handicap เครื่องหมายลบ เช่น -0.5 หรือ -1.0 คือทีมต่อ ส่วนทีมที่มีเครื่องหมายบวกเป็นทีมรอง
Q2: -0.25 หมายถึงอะไร?
หมายถึง Quarter Handicap ที่แบ่ง Stake ระหว่าง 0 และ -0.5 หากทีมต่อชนะจะได้เต็ม หากเสมอจะเสียครึ่ง
Q3: -0.75 ชนะหนึ่งลูกได้หรือไม่?
เป็น Half Win เพราะ -0.75 แบ่งระหว่าง -0.5 และ -1.0 ชนะหนึ่งลูกทำให้ส่วนแรกผ่าน ส่วนหลัง Push
Q4: -1.25 ชนะหนึ่งลูกเป็นอย่างไร?
เป็น Half Loss เพราะ -1.25 แบ่งเป็น -1.0 และ -1.5 ชนะหนึ่งลูกทำให้ -1 Push ส่วน -1.5 เสีย
Q5: +1.25 แพ้หนึ่งลูกได้ผลอย่างไร?
เป็น Half Win เพราะ +1.25 แบ่งเป็น +1.0 และ +1.5 เมื่อแพ้หนึ่งลูก ส่วน +1 Push และ +1.5 ผ่านราคา
Q6: ทำไมราคา 0.5 ไม่มี Push?
เพราะผลต่างประตูจริงเป็นจำนวนเต็ม จึงไม่สามารถตรงกับครึ่งลูกพอดีได้
Q7: Handicap Line กับ Odds ต่างกันอย่างไร?
Handicap Line เช่น -0.75 ใช้กำหนดเงื่อนไขการตัดสิน ส่วน Odds เช่น 1.90 ใช้คำนวณ Return ทั้งสองส่วนจึงต้องอ่านร่วมกันแต่ไม่ควรสับสนกัน