
การดูราคาฟุตบอลในครั้งแรกอาจทำให้ผู้เริ่มต้นสับสน เพราะในหน้าเดียวกันมักมีทั้งตัวเลข 0, 0.25, 0.5, 0.75, 1.0 รวมถึงค่าน้ำหรือ Odds ที่แสดงอยู่ข้างชื่อทีม เมื่อรวมกับตลาดสูง–ต่ำและตลาดประเภทอื่น ตัวเลขจำนวนมากเหล่านี้อาจดูเหมือนต้องใช้สูตรซับซ้อนในการทำความเข้าใจ
ความจริงแล้ว การอ่านราคาบอล สามารถเริ่มจากหลักพื้นฐานเพียงไม่กี่เรื่อง ได้แก่ ต้องรู้ก่อนว่ากำลังดูตลาดอะไร ทีมใดเป็นฝ่ายต่อหรือรอง Line อยู่ที่เท่าไร Odds เป็นเท่าไร และสกอร์แบบใดจะทำให้เกิดผลได้ เสีย คืนเงิน หรือได้–เสียเพียงบางส่วน
สิ่งสำคัญคือควรแยกระหว่าง “การอ่านราคา” กับ “การวิเคราะห์ราคา” ออกจากกัน การอ่านราคาหมายถึงการเข้าใจเงื่อนไขของตลาดให้ถูกต้อง ส่วนการวิเคราะห์ราคาคือขั้นตอนถัดไปที่นำข้อมูลอย่างฟอร์มทีม สถิติ ตัวจริง และการเคลื่อนไหวของตลาดเข้ามาประกอบ
ดังนั้น ก่อนพยายามหาความหมายว่าราคาไหลไปทางไหนหรือทีมใดน่าสนใจกว่า ควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่าสามารถอ่าน Line และกติกาของตลาดนั้นได้อย่างถูกต้อง แน่นอนว่า หากเราอ่านราคาฟุตบอลเป็น การที่เราจะ วิธีวิเคราะห์ราคาบอล ก็เป็นเรื่องง่ายมากๆ
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเห็นราคาฟุตบอลคืออย่าเพิ่งดูเพียงว่าทีมไหนเป็นต่อ แต่ควรอ่านองค์ประกอบของตลาดทั้งหมด เพราะตัวเลขแต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกัน
การเริ่มจาก Market, Line และ Odds จะช่วยลดความสับสนได้มากกว่าการพยายามจำว่าตัวเลขใดหมายถึงทีมไหนจะชนะ
Line คือเงื่อนไขที่ใช้ตัดสินตลาด เช่น
ส่วน Odds คืออัตราผลตอบแทน เช่น
ตัวอย่าง
ทีม A -0.5 @1.80
หากอ่านสองส่วนนี้ปะปนกัน อาจเข้าใจเงื่อนไขตลาดผิดตั้งแต่ต้น
ใน Asian Handicap เครื่องหมายลบมักแสดงฝั่งต่อ ส่วนเครื่องหมายบวกแสดงฝั่งรอง
ตัวอย่าง
ทีม A -0.5
ทีม B +0.5
หมายความว่า A เป็นฝ่ายต่อครึ่งลูก ส่วน B เป็นฝ่ายรองครึ่งลูก
ตัวเลข 2.5 สามารถปรากฏได้ในหลายตลาด แต่ความหมายไม่เหมือนกัน
Over 2.5 หมายถึงจำนวนประตูรวม
Team Total Over 2.5 หมายถึงจำนวนประตูของทีมใดทีมหนึ่ง
Handicap -2.5 เป็นเส้นต่อรองผลต่างประตู
ดังนั้น ต้องดูชื่อ Market ก่อนดู Line
ไม่ควรจำเพียงว่า “0.5 คืออะไร” แต่ควรอ่านเต็มรูปแบบ เช่น
ทีม A -0.5 @1.90
เพราะตัวเลขเดียวกันสามารถอยู่กับฝั่งต่อหรือรอง และให้ผลต่างกัน
ตลาดฟุตบอลจำนวนมากนับเฉพาะเวลาปกติ 90 นาทีรวมเวลาทดเจ็บ แต่บางตลาด เช่น To Qualify อาจรวมช่วงต่อเวลาพิเศษหรือการดวลจุดโทษตามกติกา
จึงควรอ่านชื่อเต็มและ House Rules ของตลาดทุกครั้ง
Line และ Odds เป็นสององค์ประกอบที่ต้องอ่านพร้อมกัน แต่ทำหน้าที่คนละอย่าง
Line กำหนดเงื่อนไข ส่วน Odds กำหนดอัตราผลตอบแทน
ตัวอย่าง
ทีม A -0.5
หมายความว่า A ต้องชนะในเวลาที่ตลาดกำหนดจึงจะผ่านเงื่อนไขของฝั่งต่อ -0.5
ถ้าเสมอหรือแพ้ ฝั่ง -0.5 ไม่ผ่านราคา
หากทีม A -0.5 อยู่ที่ Decimal Odds 1.80 และใช้ Stake 100 บาท
ถ้าผลผ่านราคา
Return = 100 × 1.80 = 180 บาท
Profit = 80 บาท
ตัวอย่าง
ทีม A -0.5 @1.75
ทีม A -0.5 @1.95
ทั้งสองกรณีมีเงื่อนไข Handicap เหมือนกัน แต่ผลตอบแทนต่างกัน
จึงไม่ควรมอง Line โดยไม่ดู Odds
การรู้เพียงว่าทีมต่อ -0.5 ยังไม่พอ เพราะต้องรู้ด้วยว่าราคาเสนอผลตอบแทนเท่าไร
ตัวอย่าง
ทีม A -0.5 @1.80
ทีม B +0.5 @2.00
Line บอกเงื่อนไขของแต่ละฝั่ง ส่วน Odds บอกผลตอบแทนหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริง
Handicap 0 เป็นหนึ่งในเส้นที่เข้าใจง่ายที่สุด เพราะไม่มีการต่อประตูจริงระหว่างสองทีม แต่มีเงื่อนไขคืนเงินเมื่อเสมอ
สมมติเลือกทีม A ที่ Handicap 0
ผลจะเป็นดังนี้
หาก A ชนะ ไม่ว่าจะชนะ 1-0, 2-1 หรือ 3-0 ก็ผ่านราคา 0
ผลต่างประตูไม่มีผลต่อการตัดสินในเส้นนี้
ถ้าเกมจบ 0-0 หรือ 1-1 ตามกติกามาตรฐานของ Handicap 0 รายการจะเป็น Push และคืน Stake
หากทีมที่เลือกแพ้ ไม่ว่าจะ 0-1 หรือ 1-3 ฝั่งนั้นไม่ผ่านราคา
ใน 1X2 มีตัวเลือกเสมอแยกออกมาเป็น X
แต่ Handicap 0 ตัดผลเสมอออกจากการได้หรือเสียเต็ม โดยคืน Stake หากเกมจบเสมอ
ราคา 0.25 เป็น Quarter Line ซึ่งหมายถึง Stake ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน
ทีมต่อ -0.25 เท่ากับ
ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ 0
อีกครึ่งอยู่ที่ -0.5
หาก Stake 100 บาท เท่ากับมี
50 บาทที่ 0
50 บาทที่ -0.5
ถ้าทีมต่อชนะ ทั้งส่วน 0 และ -0.5 ผ่านราคา
จึงได้เต็มตาม Odds
หากเกมเสมอ
ส่วนที่ 0 = Push คืนเงิน
ส่วนที่ -0.5 = เสีย
ดังนั้น Stake เสียเพียงครึ่งหนึ่ง
รอง +0.25 เท่ากับแบ่งระหว่าง
0 และ +0.5
หากเกมเสมอ
ส่วน 0 = Push
ส่วน +0.5 = ได้
จึงเกิด Half Win
ทีม A -0.25
Stake 100 บาท
ผลจบ 1-1
แบ่งเป็น
50 บาทที่ 0 = คืน 50 บาท
50 บาทที่ -0.5 = เสีย
จึงเสีย Stake จริง 50 บาท
Handicap 0.5 ไม่มีกรณี Push เพราะผลการแข่งขันไม่สามารถมีผลต่างครึ่งประตูได้
ถ้าเลือกทีมต่อ -0.5 ทีมต้องชนะเท่านั้น
ตัวอย่างเลือก A -0.5 แล้วจบ 1-1
A ไม่สามารถชนะหลังหัก Handicap จึงไม่ผ่านราคา
ถ้าเลือก B +0.5
เพราะไม่มีสกอร์จริงที่ทำให้ผลต่างหลัง Handicap เท่ากับศูนย์พอดีในเงื่อนไขครึ่งลูก
ราคา 0.75 เป็น Quarter Line อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งแบ่ง Stake ระหว่าง 0.5 และ 1.0
หาก Stake 100 บาทที่ -0.75
50 บาทอยู่ที่ -0.5
50 บาทอยู่ที่ -1.0
สมมติทีม A ต่อ -0.75 และชนะ 1-0
ส่วน -0.5 = ได้
ส่วน -1.0 = Push
จึงเรียกว่า Half Win
ถ้า A ชนะ 2-0 หรือมากกว่า ทั้งส่วน -0.5 และ -1.0 ผ่านราคา
จึงได้เต็ม
รอง +0.75 แบ่งเป็น +0.5 และ +1.0
หากทีมรองแพ้หนึ่งประตู
ส่วน +0.5 = เสีย
ส่วน +1.0 = Push
จึงเสียครึ่ง
Stake 200 บาทที่ A -0.75
100 บาทที่ -0.5
100 บาทที่ -1.0
ถ้า A ชนะ 1-0
ส่วนแรกได้ตาม Odds
ส่วนหลังคืน 100 บาท
เส้น 1.0 เป็น Handicap แบบเต็มลูก จึงอ่านง่ายกว่า Quarter Line
หากเลือก A -1
ตัวอย่าง A ชนะ 2-1
หลังหัก Handicap 1 ลูก ผลเป็นเสมอ จึงคืน Stake
หาก A เสมอหรือแพ้ ไม่ผ่านราคา -1
ถ้าเลือก B +1 และ B แพ้ 0-1 ผลหลังบวก Handicap กลายเป็นเสมอ จึง Push
เพราะไม่มีการแบ่ง Stake ระหว่างสอง Line จึงมีเพียงได้ เสีย หรือ Push
หลักการของ Handicap สามารถต่อยอดได้ตามรูปแบบเดิม
-1.25 แบ่งเป็น
-1.0 และ -1.5
ถ้าทีมต่อชนะ 1 ประตู ส่วน -1 Push และส่วน -1.5 เสีย จึงเสียครึ่ง
ถ้าชนะ 2 ประตูขึ้นไป ได้เต็ม
ต่อ -1.5 ต้องชนะอย่างน้อย 2 ประตู
หากชนะเพียงหนึ่งประตูยังไม่ผ่านราคา
-1.75 แบ่งเป็น
-1.5 และ -2.0
ถ้าชนะ 2 ประตู
ส่วน -1.5 = ได้
ส่วน -2.0 = Push
จึงได้ครึ่ง
เลขที่ลงท้ายด้วย .25 และ .75 ใช้หลักแบ่ง Stake เป็นสอง Line เสมอ
ตัวอย่าง
1.25 = 1.0 + 1.5
1.75 = 1.5 + 2.0
2.25 = 2.0 + 2.5
เมื่อเข้าใจหลักนี้ ไม่จำเป็นต้องจำทุกเส้นแยกกันทั้งหมด
| Handicap ฝั่งต่อ | ผลการแข่งขัน | ผลตลาด |
| -0.25 | ชนะ | ได้เต็ม |
| -0.25 | เสมอ | เสียครึ่ง |
| -0.5 | ชนะ | ได้เต็ม |
| -0.5 | เสมอ | เสียเต็ม |
| -0.75 | ชนะ 1 ลูก | ได้ครึ่ง |
| -0.75 | ชนะ 2+ ลูก | ได้เต็ม |
| -1.0 | ชนะ 1 ลูก | คืน Stake |
| -1.0 | ชนะ 2+ ลูก | ได้เต็ม |
| -1.25 | ชนะ 1 ลูก | เสียครึ่ง |
| -1.25 | ชนะ 2+ ลูก | ได้เต็ม |
| -1.5 | ชนะ 1 ลูก | เสียเต็ม |
| -1.5 | ชนะ 2+ ลูก | ได้เต็ม |
| -1.75 | ชนะ 2 ลูก | ได้ครึ่ง |
| -1.75 | ชนะ 3+ ลูก | ได้เต็ม |
ตารางนี้ใช้สำหรับเข้าใจหลัก Settlement ของฝั่งต่อ โดยฝั่งรองจะมีเงื่อนไขในทิศทางตรงกันข้ามตาม Line
ตลาดสูง–ต่ำหรือ Total Goals ใช้จำนวนประตูรวมของทั้งสองทีมเทียบกับ Line ที่กำหนด
จึงไม่สนใจโดยตรงว่าทีมใดชนะ
ตัวอย่าง
Over 2.5
Under 2.5
เลข 2.5 คือ Total Line หรือเส้นจำนวนประตูรวม
Over หมายถึงจำนวนประตูต้องมากกว่าเส้นตามเงื่อนไข
Under หมายถึงต้องต่ำกว่าเส้น
เพราะไม่มีจำนวนประตูจริงที่เท่ากับ 2.5
จึงไม่มี Push
เช่น 2.0 หรือ 3.0
หากจำนวนประตูรวมเท่ากับ Line พอดี จะ Push ตามกติกามาตรฐาน
เช่น 2.25 และ 2.75
ระบบจะใช้การแบ่ง Stake เช่นเดียวกับ Asian Handicap
หากเลือก Over 2.0
หากเลือก Under 2.0
เพราะจำนวนประตูตรงกับ Line 2.0 พอดี จึงไม่มีฝั่งใดเหนือกว่าเงื่อนไขตามกติกาแบบ Push
2.25 เป็น Quarter Total จึงแบ่ง Stake ระหว่าง 2.0 และ 2.5
Stake 100 บาทเท่ากับ
50 บาท Over 2.0
50 บาท Over 2.5
ถ้าเกมจบ 1-1 มี 2 ประตู
Over 2.0 = Push
Over 2.5 = เสีย
จึงเสียครึ่ง
Under 2.25 แบ่งเป็น Under 2.0 และ Under 2.5
เมื่อมี 2 ประตู
Under 2.0 = Push
Under 2.5 = ได้
จึงได้ครึ่ง
Over 2.25
Stake 100 บาท
ผลรวม 2 ประตู
50 บาทคืน
50 บาทเสีย
จึงเสีย Stake 50 บาท
ตัวอย่าง 2-1, 3-0, 2-2
ทั้งหมดมีตั้งแต่ 3 ประตูขึ้นไป
ตัวอย่าง 0-0, 1-0, 1-1, 2-0
เพราะจำนวนประตูเป็นจำนวนเต็ม จึงไม่สามารถจบด้วย 2.5 ประตูได้
2.75 แบ่งเป็น 2.5 และ 3.0
Stake 100 บาทเท่ากับ
50 บาท Over 2.5
50 บาท Over 3.0
หากเกมมี 3 ประตู
Over 2.5 = ได้
Over 3.0 = Push
จึงได้ครึ่ง
Under 2.75 แบ่งเป็น
Under 2.5 และ Under 3.0
เมื่อเกมมี 3 ประตู
Under 2.5 = เสีย
Under 3.0 = Push
จึงเสียครึ่ง
Decimal Odds เป็นรูปแบบที่คำนวณง่าย เพราะนำตัวเลขไปคูณกับ Stake เพื่อหายอด Return
Stake 100 บาท
Return = 100 × 1.50 = 150 บาท
Profit = 50 บาท
Stake 100 บาท
Return = 180 บาท
Profit = 80 บาท
Stake 100 บาท
Return = 200 บาท
Profit = 100 บาท
Return คือยอดคืนรวมที่มี Stake เดิมรวมอยู่
Profit คือกำไรสุทธิหลังหัก Stake
ดังนั้น หาก Return 180 บาทจาก Stake 100 บาท ไม่ได้หมายความว่ากำไร 180 บาท แต่กำไรจริงคือ 80 บาท
Odds สูงให้ผลตอบแทนมากขึ้นหากผลผ่านเงื่อนไข แต่ในเชิงตลาดมักสอดคล้องกับ Implied Probability ที่ต่ำกว่า
ดังนั้น ไม่ควรเลือกเพียงเพราะราคาสูงกว่า
การอ่านราคาให้เข้าใจจริงควรนำ Line กับ Odds มาคำนวณร่วมกัน
สมมติ
ทีม A -0.75 @1.90
Stake 100 บาท
ผลจบ A ชนะ 1-0
Stake ถูกแบ่งเป็น
50 บาทที่ -0.5
50 บาทที่ -1.0
ส่วน -0.5 ผ่านราคา
Return = 50 × 1.90 = 95 บาท
ส่วน -1.0 Push
คืน 50 บาท
ยอดคืนรวมจึงเป็น 145 บาท
เมื่อ Stake เริ่มต้นคือ 100 บาท กำไรสุทธิเท่ากับ 45 บาท
สมมติ
Over 2.25 @1.85
Stake 100 บาท
ผลจบ 1-1
มี 2 ประตู
แบ่งเป็น
50 บาท Over 2.0 = Push คืน 50 บาท
50 บาท Over 2.5 = เสีย
จึงได้คืน 50 บาท และเสียสุทธิ 50 บาท
นี่คือ Half Loss
การเข้าใจเครื่องหมายบวกและลบเป็นพื้นฐานสำคัญของ Asian Handicap
เช่น A -1 หมายความว่า A เป็นทีมต่อหนึ่งลูก
B +1 หมายความว่า B ได้รับ Handicap หนึ่งลูก
ตัวอย่าง A -1.5 และชนะ 1-0
ในสกอร์จริง A ชนะ แต่ชนะเพียง 1 ลูก จึงไม่ผ่าน -1.5
ตัวอย่าง B +1.5 และแพ้ 0-1
B แพ้ในสนาม แต่หลังบวก Handicap 1.5 ลูกยังผ่านเงื่อนไขตลาด
ดังนั้น “ผลสกอร์จริง” และ “ผล Handicap” ต้องแยกกันเสมอ
คำว่า “ทีมต่อ” เป็นสถานะของตลาด ไม่ใช่การรับประกันว่าเกมจะจบด้วยชัยชนะของทีมนั้น
ทีมต่อยังสามารถเสมอหรือแพ้ได้เหมือนการแข่งขันทั่วไป
แม้ทีมต่อจะชนะจริง แต่ผลต่างไม่ถึง 2 ประตู จึงไม่ผ่าน -1.5
ทีมรองแพ้จริง แต่แพ้เพียงหนึ่งลูก จึงยังอยู่ในเงื่อนไข +1.5
นี่เป็นหนึ่งในหลักที่ผู้เริ่มต้นควรจำให้ชัดที่สุด เพราะช่วยป้องกันความสับสนว่าทำไมทีมชนะจริงแต่ตลาดหนึ่งกลับไม่เป็นไปตามเงื่อนไข
แม้ทั้งสองตลาดเกี่ยวข้องกับผลการแข่งขัน แต่โครงสร้างต่างกัน
1 = เจ้าบ้านชนะ
X = เสมอ
2 = ทีมเยือนชนะ
Asian Handicap ใช้ Line เพิ่มเข้าไป เช่น -0.5 หรือ +0.75
ใน 1X2 ผลเสมอเป็นตัวเลือก X
แต่ใน Handicap บางเส้น เช่น 0 สามารถเกิด Push ได้ ส่วน -0.5 จะทำให้ฝั่งต่อเสียเมื่อเสมอ
การรู้ว่าทีม A มีโอกาสชนะมากกว่าไม่ได้หมายความว่า A -1.5 จะเหมาะสม เพราะ Handicap ต้องดูผลต่างประตูด้วย
เมื่ออ่าน Line พื้นฐานได้แล้ว อาจเริ่มสังเกตว่า Odds เปลี่ยนแม้ Handicap ยังเหมือนเดิม
ตัวอย่าง
A -0.5 @1.95
ต่อมาเป็น A -0.5 @1.80
Line ยัง -0.5 เหมือนเดิม แต่ผลตอบแทนฝั่ง A ลดลง
หมายถึง Return ต่อ Stake ลดลง
หาก Stake 100 บาท
@1.95 คืน 195 บาท
@1.80 คืน 180 บาท
ผลตอบแทนต่อ Stake สูงขึ้นหากผลผ่านเงื่อนไข แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวเลือกนั้นดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
การเปลี่ยน Odds เป็นข้อมูลของตลาด แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าฝั่งใดจะชนะ
หากต้องการตีความสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง ควรนำไปวิเคราะห์ร่วมกับราคาเปิด ข่าวผู้เล่น และข้อมูลทีมในขั้นตอนถัดไป
0.5 กับ -0.5 หรือ +0.5 มีความหมายต่างกัน ต้องดูว่าฝั่งใดเป็นต่อหรือรอง
0.25 มีการแบ่ง Stake แต่ 0.5 ไม่มี
จึงให้ผลต่างกันมากเมื่อเกมจบเสมอ
Quarter Line อย่าง 0.25 และ 0.75 ต้องแบ่ง Stake ครึ่งหนึ่งไปยังสองเส้น
หากไม่เข้าใจหลักนี้ Half Win และ Half Loss จะอ่านผิดได้ง่าย
Push หมายถึงคืน Stake ไม่ใช่ได้กำไร
Return รวม Stake เดิมอยู่ด้วย จึงไม่ควรนับทั้งหมดเป็นกำไร
Over 2.5 และทีมต่อ -2.5 เป็นตลาดคนละประเภท แม้ใช้ตัวเลขเดียวกัน
เกมบอลถ้วยอาจมีต่อเวลา แต่ตลาดหลายประเภทนับเพียง 90 นาที
ควรตรวจ Rules ทุกครั้ง
ทีมต่อเป็นเพียงสถานะราคา และแม้ชนะจริงก็อาจไม่ผ่าน Handicap หากผลต่างไม่ถึง Line
การฝึกไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Line ซับซ้อนทั้งหมดพร้อมกัน ควรค่อย ๆ เพิ่มระดับตามความเข้าใจ
สามเส้นนี้ช่วยให้เข้าใจหลักได้ เสีย และ Push ก่อน
ตัวอย่าง
0 = เสมอคืน
0.5 = ไม่มี Push
1.0 = ชนะหนึ่งลูกคืนสำหรับฝั่งต่อ -1
เมื่อเข้าใจเส้นเต็มแล้วจึงเรียน Quarter Line ที่แบ่ง Stake
ตัวอย่าง
A -0.75
ลองถามว่า
การฝึกแบบนี้ช่วยให้จำจากเหตุผลแทนการท่องจำ
ใช้ Stake 100 บาททุกครั้งช่วยให้เห็นการแบ่งเงินได้ง่าย เช่น Quarter Line จะแบ่งเป็น 50 + 50 บาท
หากยังตอบไม่ได้ว่าทำไม -0.75 ชนะหนึ่งลูกจึงได้ครึ่ง ไม่ควรรีบไปเรียนเส้นที่ซับซ้อนกว่า
เป้าหมายคือเข้าใจหลักการ ไม่ใช่จำคำตอบให้ได้เร็วที่สุด
ก่อนตัดสินว่าตัวเองอ่านราคาหนึ่งได้ถูกต้องหรือไม่ ลองตรวจตามรายการต่อไปนี้
หัวใจของ การอ่านราคาบอล ไม่ได้อยู่ที่การจำว่าตัวเลขใดหมายถึงทีมไหน “น่าเลือก” แต่คือการเข้าใจโครงสร้างของตลาดให้ถูกต้องก่อน โดยต้องแยก Market, Line, Odds และ Settlement Rule ออกจากกันอย่างชัดเจน
ใน Asian Handicap เส้นเต็มอย่าง 0 และ 1.0 สามารถมี Push ได้ ขณะที่เส้นครึ่งอย่าง 0.5 ไม่มีกรณีคืนเงิน ส่วนเส้นควอเตอร์อย่าง 0.25 และ 0.75 จะมีการแบ่ง Stake จึงสามารถเกิด Half Win หรือ Half Loss
ตลาดสูง–ต่ำใช้หลักคล้ายกัน เส้น 2.5 ไม่มี Push ขณะที่ 2.0 สามารถคืนเงินได้ และ 2.25 หรือ 2.75 เป็น Quarter Line ที่ต้องแบ่ง Stake
อีกเรื่องที่สำคัญคือ Odds ทำหน้าที่กำหนดผลตอบแทน ไม่ใช่ Line ดังนั้น ราคา -0.5 @1.80 ต้องอ่านทั้งสองส่วนพร้อมกัน โดย -0.5 เป็นเงื่อนไข Handicap และ 1.80 เป็นอัตราผลตอบแทน
เมื่อสามารถอ่านราคาได้ถูกต้องแล้ว จึงค่อยขยับไปศึกษาว่าราคาเปิดต่างจากราคาปัจจุบันอย่างไร ราคาไหลเพราะอะไร หรือราคาปัจจุบันสัมพันธ์กับข้อมูลทีมมากน้อยเพียงใด การอ่านเงื่อนไขให้ถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานก่อนการวิเคราะห์ราคาทุกประเภท
Q1: ราคาบอล 0.25 คืออะไร?
เป็น Quarter Handicap ที่แบ่ง Stake ครึ่งหนึ่งระหว่างเส้น 0 และ 0.5 เช่น ต่อ -0.25 หากเกมเสมอ ส่วน 0 จะคืนเงิน ส่วน -0.5 เสีย จึงเสียครึ่ง
Q2: ราคา 0.5 หมายถึงอะไร?
ฝั่งต่อ -0.5 ต้องชนะจึงผ่านราคา หากเสมอหรือแพ้ถือว่าเสีย ส่วนฝั่งรอง +0.5 ผ่านราคาเมื่อชนะหรือเสมอ
Q3: ต่อ 0.75 ถ้าชนะ 1 ลูกได้หรือไม่?
ได้ครึ่ง เพราะ -0.75 แบ่ง Stake ระหว่าง -0.5 และ -1.0 ชนะหนึ่งลูกทำให้ส่วน -0.5 ได้ ส่วน -1.0 Push
Q4: ต่อ 1 ลูก ชนะ 1 ลูกได้ผลอย่างไร?
หากเป็น Handicap -1.0 และทีมต่อชนะหนึ่งประตู จะเป็น Push และคืน Stake ตามกติกามาตรฐาน
Q5: สูง 2.25 ถ้ามี 2 ประตูเป็นอย่างไร?
Over 2.25 แบ่งระหว่าง Over 2.0 และ Over 2.5 เมื่อมี 2 ประตู ส่วน 2.0 Push ส่วน 2.5 เสีย จึงเป็น Half Loss
Q6: สูง 2.75 ถ้ามี 3 ประตูเป็นอย่างไร?
Over 2.75 แบ่งระหว่าง Over 2.5 และ Over 3.0 เมื่อมี 3 ประตู ส่วน Over 2.5 ได้ ส่วน Over 3.0 Push จึงเป็น Half Win
Q7: Line กับ Odds ต่างกันอย่างไร?
Line คือเงื่อนไขของตลาด เช่น -0.5 หรือ Over 2.5 ส่วน Odds คืออัตราผลตอบแทน เช่น 1.80 หรือ 2.00 จึงต้องอ่านทั้งสองส่วนพร้อมกัน